ส่งผีออกนอกโลก ด้วยกำลังแห่งฌาน โทษฐานกวนพระ

ในห้อง 'ประวัติและนิทานธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 12 สิงหาคม 2017.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 130 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 130 คน )
  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    ปาฏิหาริย์เกศาพระอรหันต์

    ปู่ดอน station
    Mar 11, 2021

    พระอรหันต์แต่ละรูปนอกจากจะเป็นบุคคลพิเศษที่เป็นเนื้อนาบุญให้เราได้ทำบุญได้แล้ว แม้แต่เกศาของท่านที่ท่านปลงออกมา ย่อมเป็นบ่อเกิดแห่งบุญกุศลสำหรับผู้บูชาได้เช่นเดียวกัน เพราะสามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้ ดังเช่นเกศาของหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ และเกศาของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน..

     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    เรื่องสำคัญ ที่ไม่ได้ลงในประวัติหลวงปู่มั่น

    ปู่ดอน station
    Nov 11, 2021

    หลวงปู่หล้า เขมปัตโต พระอริยสงฆ์แห่งภูจ้อก้อ บอกว่า..มีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นมีใครนำมาเขียนลงในประวัติของหลวงปู่มั่นเลย นั่นก็คือ “เรื่องฝ่าเท้าของหลวงปู่มั่นเป็นตาหมากรุกเต็มฝ่าเท้าทั้งสองข้าง” ซึ่งเป็นลักษณะทางกายภาพที่พิเศษไม่เหมือนใคร น่าจะนำลงมาเขียนไว้บ้าง แต่นี่ไม่มีเลย ชะรอยจะพากันนึกไม่ถึงหรืออย่างไรไม่ทราบ..

     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    อาจารย์ยอด : หลวงปู่ชอบ ฐานสโม - เวียนเกิด เวียนตาย [พระ] new

    อาจารย์ยอด
    Feb 20, 2020
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 ตุลาคม 2026
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    ประวัติหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

    วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย
    อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลยเลย


    "พระอริยเจ้าผู้ทรงอภิญญา"




    2.png

    พระเดชพระคุณหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยเจ้าผู้ทรงอภิญญาญาณ คือ ผู้ทรงความรู้ยิ่งในพระพุทธศาสนา มีคุณสมบัติพิเศษ ๖ อย่าง ๑. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้ ๒. ทิพโสต หูทิพย์ ๓. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนดใจผู้อื่น ๔. บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้ ๕. ทิพจักขุ ตาทิพย์ ๖. อาสวักขยญาณ รู้จักทำอาสวะให้สิ้นไป

    ท่านมีนิสัยชอบโดดเดี่ยวเที่ยวไปอยู่ในป่า ทำในสิ่งที่บุคคลอื่นทำได้ยาก ไม่ชอบเกี่ยวข้องกับหมู่ชนพระเณร เป็นผู้มีความองอาจเด็ดเดี่ยว อดทนเป็นเลิศ ไม่กลัวความทุกข์ยากลำบาก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย กล้าได้กล้าเสียในการปราบกิเลส ถึงกับท่านพระอาจารย์มั่นออกปากชมท่ามกลางสภาสงฆ์ "ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบสิ ท่านองค์นี้ภาวนาไปไกลลิบเลย"

    ท่านสามารถแสดงธรรมและสนทนาธรรมเป็นภาษาต่างๆ ได้หมด เพียงกำหนดจิตดูว่าภาษานั้นเขาใช้พูดกันว่าอย่างไร ท่านสามารถแสดงธรรมโปรดเทวดา พญานาค ตลอดจนภพภูมิต่างๆ ได้

    การธุดงค์ของท่านนับว่าโลดโผนมาก ชอบเดินทางในเวลากลางคืนหรือจวนสว่างในคืนเดือนหงาย เที่ยวไปอบ่างอนาคาริกมุนีผู้ไม่มีอาลัยในโลกทั้งปวง บางคราวมีเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่สองตัวกระโดล้อมหน้าล้อมหลังเอาไว้ ท่านเร่งสติสมาธิ แผ่เมตตา กำหนดจิตเข้าข้างใน สมาธิลึกเข้าไปจนถึงฐานของจิต ปล่อยวางสิ่งทั้งปวง เมื่อถอนจิตออกมาปรากฏว่าเสือสองตัวได้หายไปแล้ว

    ครั้งหนึ่งท่านเดินทางไปทางอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง เข้าไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงกลางหุบเขาเพื่อโปรดพี่ชายของท่านในอดีตชาติที่รักกันมาก ท่านระลึกชาติได้ว่า เคยเกิดเป็นชาวกะเหรี่ยงที่ประเทศพม่า มีพี่ชายคนหนึ่ง บัดนี้เขาได้มาเกิดเป็นชาวกะเหรี่ยง ชื่อว่า "เสาร์" อยู่ที่ตำบลป่ายาง บ้านผาแด่น อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยจิตเมตตาท่านจึงเดินทางไปโปรดดึงเขาเข้าสู่ทางธรรม และต่อมานายเสาร์ก็ได้บวชเป็นพระติดตามท่านจนตลอดชีวิต



    1(1).png

    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม


    ท่านเล่าว่าในบางคราวหลงอยู่ในกลางป่าเป็นเวลาหลายๆ วัน ท่านเป็นที่เคารพรักของเหล่าเทพยดา เดินทางจากประเทศพม่าจะเข้าสู่ไทย หลงป่าเจียนตายเพราะความหิว เทวดาได้นำอาหารทิพย์มาใส่บาตร อาหารนั้นมีรสอร่อยส่งกลิ่นหอม หายเมื่อยหายหิวไปหายหิวไปหลายวัน

    ท่านทำสมาธิทั้งกลางวันกลางคืน บางคราวพายุฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก ท่านต้องนั่งกอดบาตรเอาไว้จนสว่าง ท่านพบวิมุตติบรรลุธรรมขั้นสูงสุดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๗ พรรษาที่ ๒๐ อายุ ๔๓ ปี ที่ถ้ำบ้านหนองยวน ประเทศพม่า

    ในระยะที่ท่านอยู่กับหลวงปู่มั่นนั่น ท่านได้รับความไว้วางใจและมอบหมาย ให้ช่วยดูแลพระเณรที่คิดอะไรนอกลู่นอกทาง ไม่ถูกต้องตามครรลองของผู้ทรงศีลธรรมท่านก็จะตักเตือน เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นว่าท่านมีความรู้ภายในว่องไวไม่แพ้หลวงปู่มั่น พระเณรทั้งหลายจึงเกรงกลัวท่านมาก และท่านก็ยังสามารถระลึกชติ รู้อดีตชาติของท่านเองว่าเคยเกิดเป็นอะไรมาบ้าง เช่น เคยเกิดเป็นพระภิกษุรักษาศีลอยู่กับพระอนุรุทธะ เคยเป็นสามเณรน้อยลูกศิษย์พระมาหกัสสปะ เคยเกิดเป็นท้าวมหาพรหมในพรหมโลก และเป็นสัตว์หลายชนิดอีกด้วย หลวงปู่ชอบท่านบำเพ็ญภาวนาอยู่ตามป่าตามเขา ส่วนมากทางภาคเหนือหลายพื้นที่รวมถึงประเทศพม่าด้วย




    3.png

    ในหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
    ทรงนมัสการหลวงปู่ชอบ



    ท่านเกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๔ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลู ณ บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เป็นบุตรของนายมอ และนางพิลา แก้วสุวรรณ

    บวชสามเณรเมื่ออายุ ๑๙ ปี ณ วัดบ้านนาแก ตำบลบ้านนากลาง อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นสามเณรอยู่ถึง ๔ ปีกว่า และได้อุปสมบทเมื่ออายุ ๒๓ ปี วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ ณ วัดศรีธรรมาราม อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร โดยมี พระครูวิจิตรวิโสธนาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แดง เป็นพระกรรมวาจาจารย์



    4.png

    รูปเหมือนหลวงปู่ชอบ


    ท่านได้พบพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ณ เสนาสนะป่าบ้านสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม หลวงปู่มั่นได้ให่โอวาทสั้นๆ ว่า "ท่านเคยภาวนามาอย่างไรก็ให้ทำต่อไปเช่นนั้น อย่าได้หยุด ธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงไว้นั้นมันอยู่ที่ใจเรานี่แหละ ถ้าอยากรู้อยากเห็นธรรมเหล่านั้น ก็ให้ค้นหาเอาที่ใจของท่านเอง"

    ปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะท่องเที่ยวธุดงค์อยู่ทางภาคเหนือ สหธรรมิกคือหลวงปู่ขาว อนาลโย ชวนท่านกลับมาอีสาน ท่านจึงได้มาจำพรรษาที่ป่าช้าหินโง้น ปัจจุบันคือ วัดป่าโคกมน

    ปีพุทธศักราช ๒๕๐๑ มีชาวบ้านถวายที่สร้างวัดกว่าร้อยไร่ ท่านจึงได้รับสร้างเป็นวัดขึ้นมา ปัจจุบันคือ วัดป่าสัมมานุสรณ์ ท่านได้อยู่จำพรรษาที่นี่เรื่อยมาจวบจนวาระสุดท้ายของท่าน



    5.png

    อัฐิและพระธาตุของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม


    ปีพุทธศักราช ๒๕๑๔ อายุ ๗๐ ปี ท่านป่วยเป็นอัมพาต

    ท่านละสังขารเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน ณ วัดป่าสัมมานุุสรณ์ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สิริรวมอายุได้ ๙๓ ปี ๑๑ เดือน ๒๗ วัน ๗๐ พรรษา

    ข้อมูลจาก: หนังสือพระธุตังคเจดีย์ เจดีย์แห่งพระอรหันต์ วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
    :- https://www.doisaengdham.org/พระธาตุครูบาอาจารย์ต่างๆ/หลวงปู่ชอบ-ฐานสโม-.html
     
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    อัศจรรย์..พระพุทธเจ้าเหยียบประทับรอยพระบาทลงบนผ้าขนหนูที่หลวงพ่อเล็กปูถวาย

    ปู่ดอน station
    Oct 24, 2021
    ปีพ.ศ.2528 หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้บอกลูกศิษย์ว่า พระองค์ที่10 (พระพุทธเจ้รองค์ปัจจุบัน)จะเสด็จมาที่วัดท่าซุง ลูกศิษย์ทั้งหลายต่างตื่นเต้นดีใจ และแล้วเมื่อวันนั้นมาถึง พระองค์ที่10 ก็มาเสด็จมาจริงๆ มาในร่างพระธรรมดาทั่วไป หลวงพ่อเล็กแห่งวัดท่าขนุน ซึ่งตอนนั้นท่านยังเป็นฆราวาสอยู่ ได้เอาผ้าขนหนูปูให้พระองค์เหยียบประทับรอย..

     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    คนที่อยู่ใกล้ แต่ไม่เคยเชื่อพระพุทธเจ้า

    เผือก สีขาว
    Sep 27, 2026
     
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    จุดจบ!!!พวกนักการเมืองโกงและชั่วในสมัยพุทธกาล?!พระพุทธเจ้าเล่าเรื่อง(คนโกง ชั่ว เอาเปรียบคนอื่น)

    ธรรมะธรรมชาติ
    Jul 5, 2025

    เรื่องราวเกี่ยวกับนักการเมืองโกงในสมัยพุทธกาล???!!!
    คุณเคยสงสัยไหมว่า…ถ้ามี ผู้มีอำนาจ ข้าราชการ โกงกินในยุคพระพุทธเจ้า ท่านจะทำยังไง? จะจับสึก? ไล่ออก? ตีตรวน? เปล่าเลย… พระองค์ทรงใช้ “การเล่าเรื่อง” เพื่อเปิดใจ
    เล่าเรื่องโจรที่ไม่อยู่ในป่า…แต่ในสถานที่ที่รวมผู้มีอำนาจบริหารแผ่นดิน
    เล่าเรื่องขุนนาง…ที่วางนโยบายเพื่อโกงกินปกครอบโดยไร้ธรรม
    เล่าเรื่องพ่อค้า…ที่แลกชีวิตของผู้อื่นสัตว์อื่นเป็นกำไร
    เล่าเรื่องพระ…ที่ห่มจีวรเพื่อมุ่งหวังแต่ผลประโยชน์
    เรื่องพวกนี้ไม่ใช่นิทาน แต่คือ “ชาดก” และ “อรรถกถา”จากในพระไตรปิฏก ที่พระพุทธเจ้าเล่าไว้ พระพุทธองค์ทรงเล่าไว้เพื่ออะไร … เพื่อเตือนคนมีอำนาจในทุกยุคทุกสมัย เพราะว่าถ้ามีอำนาจ…แต่ไม่มีธรรม ก็ไม่ต่างอะไรกับดาบคมในมือคนบ้าที่พร้อมจะทำร้ายทุกสิ่งเพียงเพื่อตนเอง โดยผมจะพาท่านผู้ฟังมาฟังเรื่อของผู้มีอำนาจและอาศัยอำนาจโกงกินและเอาเรียบผู้อื่นสัตว์อื่นในสมัยพุทธกาล ซึ่งอาจจะตรงกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน เพื่อย้อนมาส่องใจเราทุกคนเพื่อให้ได้ข้อคิดและแง่คิด…
    โดยเรื่องราวที่ผมนำเสนอจะเป็นอย่างเราไปรับฟังพร้อมกันได้เลยครับ
    00:00 เกริ่นนำ
    01:30 เริ่มเรื่องที่๑โจรในคราบรัฐจากขรัสสรชาดก
    06:41 เริ่มเรื่องที่๒โกงด้วยนโยบายจากมโหสถชาดก
    13:33 เริ่มเรื่องที่๓ค้าตายโกงกินจากเรื่องจุนทะฆ่าสุกร
    20:48 เริ่มเรื่องที่๔ห่มจีวรเพื่อฆ่าอดีตชาติของพระเทวทัตจากกาสาวชาดก
    29:29 สรุปจบ
    ขอบพระคุณข้อมูลจาก
    ขรัสสรชาดก https://84000.org/tipitaka/attha/m_si...
    อรรถกถา มโหสถชาดก พระมโหสถบัณฑิตทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี https://84000.org/tipitaka/atita10/ja...
    เรื่องนายจุนทสูกริก https://84000.org/tipitaka/attha/atth...
    อรรถกถา กาสาวชาดก ว่าด้วย ผู้ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะ https://84000.org/tipitaka/attha/atth...
    พระไตรปิฎก พระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม https://84000.org/

     
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    เปรต๔ตนผู้กล่าวอักษร ทุ สะ นะ โส!!! ผู้มากในกามราคะจะเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสเล่า

    ธรรมะธรรมชาติ
    Apr 6, 2024
    --------------------------------------------------------------------------
    เรื่องของพระพุทธเจ้า ทรงปรารภพระเจ้าปเสนทิโกศลที่คิดจะแย่งภรรยาของผู้อื่น โดยพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงได้ยินเสียงของเปรตผู้กล่าวอักษร ทุ. สะ. นะ. โส!!! และพระพุทธเจ้าทรงแสดงโทษแห่งความมักมากในกามราคะ

    โดยเรื่องราวในตอนนี้จะเป็นอย่างไรเชิญรับฟังได้เลยครับ
    00:00 เกริ่นนําเรื่อง
    01:09 เริ่มเรื่อง
    03:58 บุรุษออกเดินทางหาของ
    06:16 พญานาคได้ยินคำอธิษฐาน
    09:08 พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ยินเสียงเปรต
    12:05 พระนางมัลลิกาทรงทราบเรื่อง
    13:26 พระพุทธเจ้าทรงแสดงโทษ
    14:48 พระพุทธเจ้าเล่าถึงกรรมของเปรตทั้ง๔ตน
    18:40 พระเจ้าปเสนทิโกศลสำนึกผิด
    20:57 พระนางมัลลิกาทรงเปลื้องทุกข์ของสัตว์
    21:43 อดีตชาติพระนางมัลลิกาเคยช่วยทุกข์คน
    25:26 เทวดาบูชาพระนางมัลลิกา
    30:05 พระพุทธเจ้าทรงประชุมชาดก
    30:56 สรุปจบเรื่อง
    ข้อมูลจาก พระพุทธวจนะ คาถาธรรมบทจากพระไตรปิฎก ทางแห่งความดี:ธรรมบท หนังสือโดย อ.วศิน อินทสระ พาลวรรควรรณนา ๑. เรื่องบุรุษคนใดคนหนึ่ง https://84000.org/tipitaka/attha/atth...
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    อาจารย์ยอด : ท่านพ่อลี ธมฺมธโร วัดอโศการาม

    อาจารย์ยอด
    Mar 22, 2018
     
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    ตะกรุดปลากระป๋อง หลวงปู่ศิลา สิริจันโท

    ท่านเล่ามา
    May 12, 2024
     
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    Phra_Thep_Vajradharmasobhana_(Sila_Sirichanto,_P.D._6).png
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ นามเดิม ศิลา นิลจันทร์ ฉายา สิริจนฺโท ป.ธ.6 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายธรรมยุต ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ธรรมยุต[1] ที่ปรึกษาคณะสงฆ์วัดพระธาตุหมื่นหิน (ธรรมยุต) ตำบลกุดปลาค้าว อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ปรึกษาคณะสงฆ์วัดธรรมปีติ (ธรรมยุต) บ้านแกเปะใหญ่ ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และประธานที่ปรึกษาคณะทำงานกู้ภัยหมื่นหิน กู้ภัยหมื่นหิน (ฮง เต็ก เสี่ยงตึ๊ง) อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์

    ประวัติ
    ชาติภูมิ
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ เกิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2488 นามเดิมว่า ศิลา นิลจันทร์ (บิน) บิดานามว่า แก่น นิลจันทร์ และมารดานามว่า น้อย นิลจันทร์ เกิดที่บ้านเบิด ตำบลเบิด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ในช่วงนั้น ครอบครัวอพยพจากภาวะทุพภิกขภัยมาพำนักที่บ้านส้อง ตำบลธาตุ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จากนั้น ในปี พ.ศ. 2494 เมื่ออายุได้ 6 ปี ได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่อาศัย ณ บ้านเกิดของมารดา ที่บ้านธาตุประทับ (ในปัจจุบัน คือ บ้านยางกระธาตุ) อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด[2]

    บรรพชาและอุปสมบท
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2500 ขณะอายุ 12 ปี ที่วัดธาตุประทับ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย บ้านธาตุประทับ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด มีหลวงพ่อพิมพ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ติดตามพระอาจารย์ออกร่วมคณะธุดงค์ไปนมัสการพระธาตุพนม ระหว่างเดินธุดงค์ มีโอกาสอุปัฏฐากพระมหาเถระฝ่ายอรัญวาสี คือ พระครูสีลขันธ์สังวรณ์ (อ่อนสี สุเมโธ) ที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพระอาจารย์ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และได้รับคำสอนผญาธรรม (หรือ คำสอนอีสาน) จากพระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กันโตภาโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม

    อุปสมบทครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2509 เมื่ออายุย่าง 21 ปี ที่วัดบูรพาภิราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระสิริวุฒิเมธี (พุทธา สิริวุฑฺโฒ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า "สิริจนฺโท" และได้ลาสิกขาเมื่อปี พ.ศ. 2521 ด้วยเหตุได้รับการวิงวอนจากญาติให้ลาสิกขาออกมาเป็นครูผู้ช่วยสอน ที่โรงเรียนธาตุประทับ และดูแลมารดารวมถึงญาติผู้ใหญ่ป่วยหนักเป็นเวลา 1 ปี

    ต่อมา ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 อุปสมบทครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 34 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดมาลุวาคณาราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย บ้านเกษมสุข ตำบลพลับพลา อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด มีพระสมุห์เป ปุญฺโญ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระน้อย สีลวณฺโณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดสมาน ธมฺมรกฺขิโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายานามว่า "สุริยจิตฺโต"[3] หลังอุปสมบทช่วงปี พ.ศ. 2522–2539 ย้ายไปพำนักที่วัดโนนเดื่อ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด สลับกับวัดธาตุประทับ และได้ลาสิกขา เมื่อปี พ.ศ. 2539 ด้วยเหตุเกิดเหตุการณ์ทางครอบครัว ญาติเพียงคนเดียวป่วยจากโรค จนถึงแก่กรรมในเวลาต่อมา เมื่อหมดภาระหน้าที่ในครอบครัว กับการลาสิกขาออกมาอยู่ 8 เดือน แล้วกลับเข้าอุปสมบทใหม่

    และในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2539 อุปสมบท ครั้งที่ 3 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดแสงประทีป สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตำบลหมูม้น อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระครูวิธานสมณกิจ (อำนวย จนฺทสาโร) เจ้าอาวาสวัดแสงประทีป และเจ้าคณะตำบลหมูม้น เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า "สิริจนฺโท" และได้พำนัก ที่วัดธาตุประทับ สลับกับการออกจาริกธุดงค์ ที่บ้านพรานเหมือน ตำบลบ้านขาว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

    ในปี พ.ศ. 2565 มีการญัตติ ทัฬหีกรรม(นับอายุพรรษากาลอุปสมบทต่อเนื่อง) เป็นพระภิกษุสังกัดธรรมยุติกนิกาย ณ พัทธสีมาพระอุโบสถวัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง โดยมีพระพรหมวชิรโสภณ (ศรีจันทร์ ปุญฺญรโต) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพระอุปัชฌาย์

    จำพรรษา
    ในปี พ.ศ. 2559 พระเทพวัชรธรรมโสภณออกจาริกไปบ้านหนองแซง ตำบลแจ้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และได้ออกจาริกในปี พ.ศ. 2565 เกิดอาการอาพาธด้วยโรคหัวใจขาดเลือด และพักรักษาตัว ที่กุฎีอโรคยาปรมาลาภา เสนาสนะสงฆ์ พระธาตุจอมศรีสัมมาสัมพุทธเจดีย์ จังหวัดมหาสารคาม และในปัจจุบัน พระราชวัชรธรรมโสภณพำนักอยู่ที่พักสงฆ์ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจนฺโท ป. ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

    การศึกษา
    พระเทพวัชรธรรมโสภณเริ่มเรียนนักธรรม ในปี พ.ศ. 2500 ขณะอายุ 12 ปี สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี ที่สำนักศาสนศึกษาวัดธาตุประทับ จังหวัดร้อยเอ็ด และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501–2503 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโทและนักธรรมชั้นเอก และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506–2515 สอบไล่ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ถึงเปรียญธรรม 6 ประโยค เมื่ออายุ 26 ปี ที่สำนักศาสนศึกษาวัดบูรพาภิราม อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

    ศาสนกิจ
    ด้านปกครองคณะสงฆ์
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ ในปี พ.ศ. 2565 เป็นประธานสงฆ์ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ป. ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางพระสังฆาธิการเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน ประเภทวัดราษฎร์ ตำบลกุดปลาค้าว อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์[4]พ.ศ. 2567 มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบยกย่องพระสังฆาธิการผู้อาวุโสด้วยภูมิธรรมความรู้วัยวุฒิขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องการตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ท่านได้สร้างวัดขึ้นในพระพุทธศาสนาอีกหนึ่งแห่ง คือ วัดสวนธรรมปีติ (ธรรมยุต) บ้านแกเปะใหญ่ หมู่ที่ 5 ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และท่านเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด ปัจจุบันท่านได้ปลดเปลื้องภาระงานบริหารการปกครองทางคณะสงฆ์เพื่อรักษาสุขภาพในวัยชราภาพ[5] และปฏิบัติสมาธิภาวนาตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

    ด้านการศึกษา
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 ได้รับแต่งตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรม-บาลี สำนักศาสนศึกษาวัดบูรพาภิราม อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักเรียนคณะจังหวัดร้อยเอ็ด และในปี พ.ศ. 2521 เป็นครูผู้ช่วยสอนที่โรงเรียนธาตุประทับ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ขณะลาสิกขาบทเป็นคฤหัสถ์

    ด้านสาธารณสงเคราะห์
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ ได้สงเคราะห์อุปกรณ์และสถานที่ทางการแพทย์หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, โรงพยาบาลกาฬสินธุ์, โรงพยาบาลร้อยเอ็ด, และโรงพยาบาลธวัชบุรี การมอบรถกู้ชีพ และรถกู้ภัยให้มูลนิธิหลายแห่ง เป็นต้น และสงเคราะห์สบทบทุนทางศาสนา เช่น สร้างสะพานเข้าหอเจ้าเฮือน 3 พระองค์ ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร สร้างพระอุโบสถวัดโพนโป่งให้แล้วเสร็จ ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย และบูรณะหลังคาพระอุโบสถวัดป่าศรีโพนทอง ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดมอบเงินสมทบวิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นต้น

    รางวัลเชิดชูเกียรติคุณที่ได้รับ
    พระเทพวัชรธรรมโสภณ ได้อุทิศตนเป็นแม่แบบที่ดีผู้ทำคุณประโยชน์ในด้านต่างๆต่อสังคมโดยตลอด

    สมณศักดิ์
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    63,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +38,787
    ส่งผีออกนอกโลก ด้วยกำลังแห่งฌาน โทษฐานกวนพระ

    ปู่ดอน station
    Oct 30, 2021

    มีพระอรหันต์องค์หนึ่ง หลังจากได้บรรลุธรรมแล้ว ท่านได้ไปพักอยู่ ณ ที่ป่าแห่งหนึ่ง อันเคยเป็นหมู่บ้านมาก่อนเมื่อหลายรัอยปี ที่ตรงนั้น ท่านได้พบเจอกับผีจอมกวนตนหนึ่ง ซึ่งไม่ยอมรับพลังแห่งเมตตาและพลังแห่งบุญใดๆเลย ท่านจึงแก้เผ็ดผีตนนั้นด้วยการซัดมันให้ลอยออกไปนอกโลกซะ!
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...